เที่ยวใกล้กรุง

ยุ่งแค่ไหนก็ไปได้

เที่ยวภาคเหนือ

มนต์เสน่ห์แห่งเมืองล้านนา ตระการตากับธรรมชาติที่สวยงาม

เที่ยวภาคอีสาน

ความงดงามบนที่ราบสูง ดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณ

เที่ยวภาคใต้

เร็วๆนี้

ต่างบ้านต่างเมือง

วัฒนธรรมที่แตกต่าง สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3

ทริปนี้เที่ยวไหนบ้าง คลิกลิงค์ดูได้เลย >>>
ปราสาทตาแก้ว / ปราสาทตาพรหม / ต้นไม้ที่กลืนกินปราสาทตาพรหม
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ปราสาทตาพรหม

คราวนี้เราได้มาถึงตอนสุดท้ายในวันที่สองของทริปนี้แล้ว จากแผนท่องเที่ยววันที่สองที่แบ่งไว้ตามนี้

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.1
ปราสาทนครวัด ปราสาทปักษีจำกรง

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ปราสาทนครธม ปราสาทบายน ปราสาทปาปวน ปราสาทพิมานอากาศ 
ลานช้าง ลานพระเจ้าขี้เรื้อน

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3

โดยในวันแรกเราได้ไปที่อื่นๆและปราสาทพนมบาเค็ง >>> เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D1

อันนี้เป็นแผนท่องเที่ยวและคชจ. >>> เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์เตรียมตัวอย่างไร

ส่วนแผนท่องเที่ยวของD2.3 จะเขียนไว้ด้านบนสุด สามารถคลิกเพื่อเลื่อนลงไปดูตามจุดที่สนใจได้

หลังจากที่เราได้ท่องเที่ยวในนครธมแล้ว ก็ได้นั่งรถตุ๊กๆต่อไปที่ปราสาทตาแก้ว และปราสาทตาพรหม
พอถึงตรงนี้รู้ตัวว่าเดินไปเยอะมาก ปราสาทเค้าใหญ่จริง และขาก็เริ่มจะขวิดกันเองแล้ว ต่อจากนี้จะไปรอดหรือไม่....


จะเป็นอย่างไร ไปเที่ยวกันเลย >>>



ปราสาทตาแก้ว(Takeo)
ปราสาทตาแก้ว (Prasat Takeo) ศิลปะขอมแบบคลัง สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511 – 1544) แม้จะทรงนับถือศาสนาจากฮินดู ลัทธิไศวนิกายเช่นเดียวกับพระราชบิดาคือ พระเจ้าราเชนทรวรมัน แต่พระองค์ก็ทรงอุปถัมภ์ค้ำจุนศาสนาพุทธนายมหายานอย่างเปิดเผย ทรงประนีประนอมความคิดแบบพุทธศาสนา โดยประสมประสานพุทธปรัชญากับปรัชญาไศวนิกายเข้าด้วยกัน ทรงมีพระนามหลังสวรรคตว่า พระบรมวีรโลก มีลักษณะเป็นปราสาท 5หลัง ก่อด้วยหินบนฐานเป็นชั้นถึง 5ชั้น สูงถึง 20เมตร โดยในชั้นที่ 2 มีระเบียงคดยาวติดต่อกันเป็นวง ตามฝาผนังหรือทับหลัง และหน้าบันไม่มีการตกแต่งลวดลายใดๆ สันนิษฐานว่า หินทรายที่นำมาสร้างปราสาทแห่งนี้แข็งมากจนยากแก่การสลักลวดลายแบบต่างๆ บ้างก็ว่าสร้างไม่เสร็จในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ปราสาทตาแก้วสร้างบูชาพระอิศวร และถือว่าเป็นปราสาทหลังแรกของเขมรที่สร้างด้วยหินทราย (Sandstone) บนฐานเป็นชั้นๆ บนดินทั้ง 5หลัง และมีมุขยื่นออกมาทุกทิศจากผังรูปกากบาท ทั้งยังมีระเบียงล้อมรอบติดต่อกันเป็นครั้งแรก และมุงหลังคาด้วยอิฐซึ่งแต่ก่อนเป็นไม้
"ปราสาทตาแก้วใหญ่มาก และขั้นบันไดแต่ละขั้นก็สูง
ขึ้นยาก แต่ลงยากกว่า"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
บันไดทางขึ้นปราสาทตาแก้ว

"ถ่ายภาพแนวตั้งจะเห็นความสูงชันของปราสาท"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
บันไดทางขึ้นปราสาทตาแก้ว

"มุมมองแบบนี้ 
คล้ายกับว่าถ้าเดินผ่านประตูนี้ไปจะหลุดไปอยู่ในยุคนั้น"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
มุมมองหนึ่งในปราสาทตาแก้ว


"นี่ก็อุโมงค์ทะลุมิติหรืออย่างไร?"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
มุมมองด้านบน ภายในปราสาทตาแก้ว


"ถ้าจำไม่ผิด ด้านนอกอากาศดีมากเลยมายืนรับลมตรงนี้"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
บริเวณนอกกำแพงหินของปราสาทตาแก้ว 

ปราสาทตาพรหม(Taphom)
ปราสาทตาพรหม สร้างขึ้นในปลายปีพุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1729) รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และมีการขยายพื้นที่สร้างต่อเติมอีกในรัชสมัยของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 เป็นศิลปะแบบบายน >จัดได้ว่าเป็นวัดในพุทธศาสนาและเป็นวิหารหลวงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทางเข้าประกอบด้วยโคปุระชั้นนอกและชั้นใน บริเวณผนังที่อยู่เชื่อมระหว่างโคปุระชั้นนอกและชั้นในมีการสลักภาพตามคติธรรมของพุทธศาสนานิกายมหายาน ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1729 เพื่ออุทิศให้แก่พระราชมารดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 คือพระนางชัยราชจุฑามณีผู้เปรียบประดุจกับพระนางปรัชญาปรมิตา ซึ่งหมายถึงเมื่อพระองค์เป็นอวตารของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระราชมารดาของพระองค์จึงเปรียบดังพระนางปรมิตาเช่นกัน >ปราสาทตาพรหมถูกสร้างเคียงคู่กับปราสาทพระขรรค์ ซึ่งพระองค์ทรงถวายอุทิศให้กับพระราชบิดา ปราสาทตาพรหมนี้สร้างหลังปราสาทพระขรรค์เพียง 5 ปี ที่น่าประหลาดใจคือพิธีในปราสาทยุคนั้น ซึ่งจารึกกล่าวถึงบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างปราสาทแห่งนี้คือ จำนวนคนและบรรดาทรัพย์สินจากหมู่บ้านจำนวนถึง 3,140หมู่บ้าน ใช้คนทำงานถึง 79,365คน และจำนวนนี้มีพระชั้นผู้ใหญ่ 18รูป เจ้าหน้าที่ประกอบพิธี 2,740คน ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ประกอบพิธี 2,202คน และนางฟ้อนรำอีก 615คน สำหรับทรัพย์สมบัติของวัดก็มีจานทองตำ 1ชุด หนักกว่า 500กิโลกรัม และชุดเงินเพชร 35เม็ด ไข่มุก 40,62 เม็ด หินมีค่าและพลอยต่างๆ 4,540เม็ด อ่างทองคำขนาดใหญ่ ผ้าบางสำหรับคลุมหน้าจากประเทศจีน 876ผืน เตียงคลุมด้วยผ้าไหม 512เตียง ร่ม 523คัน ยังมีเนย นม น้ำอ้อย น้ำผึ้ง ไม้จันทน์ การบูร เสื้อผ้า 2,387ชุด เพื่อแต่งรูปปั้นต่างๆ กล่าวกันว่าความฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อนี้เองเป็นเหตุให้เกิดความล่มสลายของอาณาจักรขอมในเวลาต่อมา >ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่ถูกปล่อยให้อยู่กับธรรมชาติ หลังจากการค้นพบปราสาทต่างๆ โดยชาวฝรั่งเศส แต่เดิมปราสาทนครวัดเองก็อยู่ในลักษณะเช่นนี้ก่อนที่จะมีการบูรณะในต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ในขณะที่ปราสาทตาพรหม ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อให้เห็นสภาพที่แท้จริงว่าปราสาทอยู่กับธรรมชาติมาได้เกือบ 500ปี อันเป็นอีกมุมมองหนึ่ง เพื่อให้เห็นลักษณะของต้นไม้ที่เกาะกุมปราสาท
"มาตามรอยหนังดัง ลาร่าครอฟท์ ทูม เรเดอร์
เด็กๆจะรู้จักหนังเรื่องนี้มั้ยเนี่ย?"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ณ มุมหนึ่งในปราสาทตาพรหม

"พอสายๆจะมีทัวร์มาลง คนเยอะน่าดู"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ทางเข้าปราสาทตาพรหม



ต้นไม้ที่กลืนกินปราสาทตาพรหม
เดิมก่อนสร้างปราสาทนั้นสภาพบริเวณนี้เป็นป่ามาก่อน เมื่อจะสร้างปราสาทจึงต้องเคลียร์พื้นที่ให้เป็นที่โล่ง โดยการตัดไม้ออกแต่ในที่สุดแล้วธรรมชาติก็สามารถที่จะเอาชนะถาวรวัตถุที่ถูกสร้างจากมนุษย์ ต้นไม้ที่เกาะกุม ชอนไชไปเรื่อยๆ ไปยังส่วนต่างๆของปราสาท ช่วยให้บรรยากาศของปราสาทตาพรหมดูลึกลับ สวย ไม่เหมือนปราสาทที่อื่นๆ ที่ปราสาทตาพรหมมีต้นไม้อยู่ 2 ชนิด ต้นที่ใหญ่ที่สุดเรียกว่า ต้นสะปง หรือภาษาไทยเรียกว่า ต้นสำโรง เป็นต้นไม้ยืนต้นเนื้ออ่อน รกของมันจะดุดน้ำใต้ดินเข้าลำต้นทำให้นกดูป่อง พอง ส่วนพันธุ์ไม้อีกพันธุ์หนึ่งเป็นไม้เลื้อยขึ้นอยู่ตามหน้าบัน ทับหลังหรือตัวปราสาท หลังคา ลักษณะเป็นไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก บ้างก็แห้งตายคาอยู่ บ้างก็ยังเขียวสดอยู่ เกิดจากการที่นกมาขับถ่ายมูลที่มีเมล็ดของพันธุ์นี้ทิ้งไว้ บริเวณใดของปราสาทที่มีน้ำขังอยู่มีตะไคร่น้ำที่ให้ความชุ่มชื้น ก็สามารถทำให้เมล็ดพันธุ์เติบโตเป็นต้นได้ ทั้งไม้เล็กและไม้ใหญ่ต่างเติบโตตามสภาวะที่เอื้ออำนวยรากของไม้ใหญ่ที่แทรกชอนไชไปบนแผ่นศิลา เพื่อจะหาที่ลงดินเกิดเป็นรูปทรงคล้ายหนวดปลาหมึกเกาะกุมองค์ปราสาททำให้ช่วยประคองยึดตัวปราสาทไม่ให้พังลงมาได้
"ต้นสะปง หรือภาษาไทยเรียกว่า ต้นสำโรง" 
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ต้นไม้ใหญ่ในปราสาทตาพรหม



"ไม้เลื้อยที่ขึ้นอยู่ตามหน้าบัน ทับหลัง หลังคา หรือตัวปราสาท" 

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติ กลืนกินตัวปราสาท


เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติ กลืนกินตัวปราสาท



 "ช่างวาดภาพ ขายงานศิลปะให้กับนักท่องเที่ยว"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ช่างศิลป์ ขายภาพวาดในปราสาทตาพรหม


เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ด้านหนึ่งของปราสาทตาพรหม



เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
งานสลักหินตามประตู ของปราสาทตาพรหม



"รอยแตกที่ดูคล้ายลูกศร เหมือนจะบอกทางไปสวรรค์"
(คนถ่ายคิดไปเองนะ)
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
มุมมองด้านบนภายในปราสาทตาพรหม



"จบวันที่สอง ตั้งแต่ 05.00น.-17.00น. รวม 12ชั่วโมง ขาลากกกก"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ภาพสลักที่ยังหลงเหลือในปราสาทตาพรหม

จริงๆแล้ว จากตาพรหม เราไปเดินทางกลับไปที่นครวัดอีกครั้งหนึ่งในช่วงบ่าย ซึ่งได้เอาภาพไปรวมไว้กับช่วงเช้าในตอน เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.1 ไปแล้ว

ภาพนี้จึงเป็นภาพสุดท้ายของวันที่สอง ด้วยประการฉะนี้

 เดี๋ยวไปกันต่อใน วันที่สามนะ

 แผนเที่ยวในวันอื่นๆ

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D1
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังโกร์ วัดทเมย ปราสาทพนมบาเค็ง
ปราสาทกระวาน ปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก 
ปราสาทตาสม ปราสาทนาคพันธ์ ปราสาทพระขรรค์ 
บันทายสำเหร่ บันทายศรี กบาลสเปียน ปราสาทบึงมาลา

วัดเพรียะพรหมราช วัดตำหนัก วัดบ่อ ศาลพระองค์เจกพระองค์จอม
ปราสาทพระโค ปราสาทบากอง วัดโลเลย โตนเลสาบ 
wat athvea lucky mall night market

เช้าๆ เดินเล่นแถวๆที่พักก่อนแท็กซี่จะมารับกลับไปที่ปอยเปต
แวะทานมื้อเที่ยงที่คาสิโน ซื้อของฝาก แล้วขึ้นรถบัสกลับตามเวลานัด
ถึงกรุงเทพฯราว 22.00น.


วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2

ทริปนี้เที่ยวไหนบ้าง คลิกลิงค์ดูได้เลย >>>
ปราสาทบายน  / ปรางค์ปราสาทบายน  / ปราสาทปาปวน  / ปราสาทพิมานอากาศ  / สระน้ำหลวง  / ลานช้าง  /
ลานพระเจ้าขี้เรื้อน  / ปราสาทพระป่าเลไลย์  / ประตูเมืองนครธมทางด้านทิศใต้ 
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ปราสาทบายน

และ ณ บัดนาว เราก็ยังคงอยู่ในวันที่สองของทริปนี้ แห่ะๆ 
ด้วยความที่วันนี้มีสถานที่ตามแผนมากมาย เราจึงแบ่งออกเป็นสามบล็อก ตามนี้

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.1
ปราสาทนครวัด ปราสาทปักษีจำกรง

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ปราสาทวัดป่าไลเลย์ ปราสาทตาเขียว ปราสาทตาพรหม

โดยในวันแรกเราได้ไปที่อื่นๆและปราสาทพนมบาเค็ง >>> เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D1

อันนี้เป็นแผนท่องเที่ยวและคชจ. >>> เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์เตรียมตัวอย่างไร


แผนท่องเที่ยวของD2.2 จะเขียนไว้ด้านบนสุด สามารถคลิกเพื่อเลื่อนลงไปดูตามจุดที่สนใจได้

พร้อมแล้ว งั้นไปเที่ยวกันเลย >>>

หลังจากรอชมอาทิตย์ขึ้นที่นครวัดแล้ว เราได้นั่งตุ๊กๆต่อไปที่ปราสาทปักษีจำกรง จากนั้นจึงเดินทางมาที่นครธม 

นครธม (Angkor Thom) มีความหมายว่าเมืองใหญ่ (ธม แปลว่า ใหญ่) เมืองพระนครหลวงมีพระราชวังและปราสาทต่างๆมากมาย และเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรขอมมั่งคั่งและรุ่งโรจน์เป็นที่สุด
เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือ

การได้นั่งตุ๊กๆชมเมืองนี่สนุกมาก ได้ฟังเสียงความวุ่นวายของถนนในเมือง นั่งมองผู้คนตามรายทาง และเก็บรายละเอียดต่างๆได้ดีกว่าการนั่งรถยนต์ 
อีกสิ่งหนึ่งที่จดจำได้ดีคือ ฝุ่นแดงๆที่ฟุ้งไปทั่ว ทำให้ต้องแปลงเสื้อคลุมมาเป็นผ้าคลุมศรีษะ และนั่งรถเที่ยวไปทั่วโดยที่เหลือแต่ตาโผล่ออกมา "ชั้นกลายเป็นคนชาติอื่นไปแล้ว"


ปราสาทบายน(Bayon)
ปราสาทบายนสร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นศิลปะแบบบายน ศาสนาพุทธนิกายมหายาน ปราสาทบายนเป็นปราสาทหลวงประจำรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และเป็นการปฏิวัติรูปแบบของการสร้างปราสาทที่มีภาพลักษณ์ต่างจากการสร้างรูปแบบเดิมๆโดยสิ้นเชิง เป็นเพราะพระองค์ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งต่างจากกษัตริย์หลายพระองค์ที่ล้วนแล้วแต่นับถือศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ที่สืบทอดมากกว่า 415 ปี ปราสาทบายนถูกสร้างโดยการนำหินมาวางซ้อนๆ กันขึ้นเป็นรูปร่าง แม้จะเป็นปราสาทไม่ใหญ่โตเท่านครวัด แต่มีความแปลกและดูลี้ลับทั้งปราสาทมีแต่ใบหน้าคน หากขึ้นไปยืนอยู่ภายในปราสาทนี้ไม่ว่ามุมไหนก็หาได้รอดหลุดพ้นจากสายตาเหล่านี้ได้เลย นักเดินทางรุ่นเก่าที่เดินทางมายังปราสาทบายนรุ่นแรกๆ เช่น นายปิแอร์ โลตี ได้บันทึกไว้ว่า “ข้าพเจ้าแหงานหน้าขึ้นไปยังปราสาทที่มีต้นไม้ปกคลุม ซึ่งทำให้ตัวเองรู้สึกเหมือนคนแคระและทันทีทันใด เลือดในตัวข้าพเจ้าก็เกิดแข็งเย็นขึ้นมา เมื่อมองเห็นรอยยิ้มขนาดมหึมาที่กำลังมองลงมา แล้วก็รอยยิ้มอีกด้านหนึ่งเหนือกำแพงอีกด้านหนึ่ง แล้วก็รอยยิ้มที่สาม แล้วก็รอยยิ้มที่ห้า แล้วก็ที่สิบ ปรากฏจากทั่วสารทิศข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนมีตาคอยจ้องมองอยู่ทุกทิศทาง”
"ปราสาทบายน 
สำหรับเราแล้วเป็นปราสาทที่ดูมีมนต์ขลัง และดูน่าเกรงขาม"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพปราสาทบายน (Bayon)

ปรางค์ปราสาทบายน
ปรางค์ปราสาทบายนทั้ง 54 ปรางค์ถูกสลักเป็นภาพพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ผันพระพักตร์ออกไปทั้งสี่ทิศ เพื่อสอดส่องดูแลความทุกข์สุขของเหล่าพสกนิกรของพระองค์ให้อยู่เย็นเป็นสุข รอยยิ้มที่ระเรื่อนี้เรียกว่ายิ้มแบบบายนเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ใบหน้าเหล่านั้นหากนับรวมกัน 54 ปรางค์ปราสาทปรางค์ปราสาทละ 4 หน้า จะมีรวมถึง 216 หน้า แต่ปัจจุบันได้สึกกร่อนพังทลายลงไปหลายหน้าแล้ว รอบๆ ปรางค์ประธานประกอบด้วยระเบียงคต 2 ชั้น รูปทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้า ชั้นนอกมีขนาดกว้าง 140 เมตร ยาว 160 เมตร ชั้นในมีขนาดกว้าง 70 เมตร ยาว 80 เมตร หน้าโคปุระทุกด้านมีภาพประติมากรรมลอยตัวรูปสิงห์ทั้งสองข้างของบันได ปรางค์ประธานมีลักษณะเป็นทรงกรวยมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 25 เมตร และสูง 43 เมตร เหนือจากระดับพื้น ตัวปราสาทโดยรอบแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ประกอบระเบียงคตด้านนอก ชั้นระเบียงคตด้านใน และบนสุดเป็นชั้นของปรางค์ประธาน และปรางค์บริวารที่ทุกปรางค์จะมีภาพพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ผินพระพักตร์มองออกไปทั้งสี่ทิศ
"รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา แต่ยังรู้สึกกล้าๆกลัวๆทุกครั้งที่มอง"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพปรางค์ของปราสาทบายน ที่แกะเป็นภาพพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 



เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพปรางค์ประธาน กับประติมากรรมลอยตัวรูปสิงห์

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพสลักนางอัปสรา

ปราสาทปาปวน(Baphuon)
ปราสาทบาปวน ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 เป็นศิลปะแบบปาปวน จัดเป็นปราสาทแรกในกลุ่มปราสาทเมืองพระนคร มีทางเดินผ่านตัวปราสาทเป็นสะพานหินยกระดับทอดยาว ทางเดินเข้าผ่านโคปุระรูปกากบาท 3 ทาง ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ที่ตั้งของปราสาทอยู่ในเขตพระราชวังหลวง เป็นปราสาทที่มียอดสูง มีหลักฐานจากการบันทึกของจิวต้ากวนราชทูตจากเมืองจีนในปลายพุทธศตวรรษที่ 18 กล่าวไว้ว่า ยอดปราสาทบาปวนเคลือบด้วยสำริดแลอร่ามแต่ไกล หากยอดไม่หักพังเสียก่อน คาดว่าปราสาทบาปวนอาจมีความสูงกว่าปราสาทพิมานอากาศ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ปัจจุบันนี้ปราสาททรุดโทรมมากและกำลังได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง
"ทางเดินเข้าที่สร้างเป็นสะพานยกระดับ"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ปราสาทปาปวน (Baphuon)


"ที่ไหนมีบันได ที่นั่นเราจะเดินขึ้นไป"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพมุมสูงจากปราสาปาปวน (Bapuon)


ปราสาทพิมานอากาศ(Phimeanakas)
ปราสาทพิมานอากาศ ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 และพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เป็นศิลปะแบบคลัง เป็นปราสาทหลังเดียวที่ก่อสร้างด้วยหินทรายอยู่บนฐานศิลาแลง ซ้อนกันเป็น 3 ชั้น คล้ายปิรามิด ความสูงของฐานปราสาทพิมานอากาศทั้ง 3 ชั้นราว 12 เมตร รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้ามีบันไดลาดชันทั้ง 4 ด้าน บันทึกของจิวต้ากวนกล่าวว่าในปราสาทแห่งนี้กษัตริย์ขอมตะต้องเสด็จมาบรรทมกับนางนาคเก้าเศียรที่จะแปลงร่างเป็นสาวงามทุกคืน ซึ่งเป็นตำนานที่เล่าขานกันในหมู่ชาวจีนที่มีอาศัยอยู่ในเมืองพระนครหลวงสมัยนั้น


เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพปราสาทพิมานอากาศ ที่มีเพียงภาพเดียวเท่านั้น


สระน้ำหลวง
สระน้ำหลวง ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 45 เมตร ยาว 125 เมตร ขอบสระเป็นหินทรายล้อมรอบหลายชั้นลาดลงด้านล่าง เชื่อว่าสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และแกะสลักภาพเพิ่มเติมในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่บริเวณด้านทิศใต้ของสระมีกำแพงยาวต่อขึ้นไปทางทิศตะวันตกอีกเล้กน้อย สันนิษฐานว่าสร้างเพื่อกั้นชั้นดินจากปราสาทพิมานอากาศไม่ให้ไหลลงสระ จุดเด่นของกำแพงคือภาพสลักที่สมบูรณ์ ภาพบางตอนคล้ายภาพที่ผนังลานพระเจ้าขี้เรื้อน
"ถัดจากปราสาทพิมานอากาศ เดินมาจะเจอสระน้ำหลวง"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพสระน้ำหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทพิมานอากาศ


"จากสระน้ำหลวง เราจะเดินข้ามลานกว้างๆเพื่อไปลานช้าง 
เดินๆไปเจอเจ้าตัวนี้ไปทั่ว 
จึงพยายามเดินย่องๆไม่ให้มันรู้ตัวและวิ่งมาหาเราได้" 
แมลงตัวเล็กๆที่น่ารัก ซะเมื่อไหร่

ลานช้าง(Terrace of the Elephants)
ลานช้าง สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และมีการบูรณะเพิ่มเติมสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 เป็นศิลปะแบบบายน ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองพระนครหลวง หันหน้าเข้าสู่ลานกว้างเรียกว่าสนามหลวง ลักษณะเป็นระเบียงยาวประมาณ 350 เมตร สูงจากพื้น 3 เมตร ผนังฐานพลับพลาสร้างด้วยหินสลักเป็นรูปช้างและครุฑ พื้นพลับพลาเป็นหินตั้งอยู่ด้านหน้าประตูพระราชวังมีมุขยื่นออกมาทั้งสองด้าน คือมุขช้างเอราวัณและมุขรูปครุฑพ่าห์มีบันไดขึ้นลงได้ 5 ทาง บันไดใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นทางพระราชดำเนินที่จะใช้ลงไปยังสนามหลวงของพระมหากษัตริย์เท่านั้น จุดประสงค์ของการสร้างลานช้าง เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับพระมหากษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ ตลอดจนการต้อนรับพระราชอาคันตุกะ
"เมื่อมาถึง ก็รู้ทันทีว่าที่นี่คือลานช้างแน่นอน" 
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพส่วนหนึ่งของลานช้าง


เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพสลักที่ลานช้าง


ลานพระเจ้าขี้เรื้อน(Terrace of the Leper King)
ลานพระเจ้าขี้เรื้อน สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และมีการบูรณะเพิ่มเติมสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 เป็นศิลปะแบบบายน โดยที่ไม่ทราบชื่อ จึงถูกขนานนามขึ้นใหม่ เชื่อกันว่าเป็นศาลตัดสินโทษ ผนังของลานสันนิษฐานว่าถล่มและได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ทั้งหมดมีความยาว 25 เมตร สูง 6 เมตร
"ถัดมาไม่ไกล จะเห็นลานพระเจ้าขี้เรื้อน ทำไมถึงมีชื่อแบบนี้นะ?"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพสลักลานพระเจ้าขี้เรื้อน


เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพสลักนูนสูงที่มุมระเบียง 


ปราสาทพระป่าเลไลย์
ปราสาทวัดป่าเลไลย์ เป็นปราสาทเถรวาทเพียงแห่งเดียวในเมืองพระนคร สร้างขุึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศแก่มเหสี มีภาพประวัติเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าเสด็จเยือนป่าไลเลย์ มีช้างและลิงมาถวายอ้อยและรังผึ้ง
"เมื่อเดินเข้าไปที่ป่าด้านหลัง จะเจอวัดป่าแบบเถรวาทที่นี่"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ภาพปราสาทพระป่าเลไลย์ เดิมทีมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ด้านหน้า


Tep Pranam Pagoda
"องค์พระภายใต้เจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้น ใกล้ๆวัดป่าเลไลย์"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
Tep Pranam




"ถึงแม้จะมาในฤดูร้อน แต่การเที่ยวแต่ละจุดไม่ร้อนเลย
จะมีก็แค่ความเมื่อยล้าจากการเดิน 
แต่ก็มีน้ำบาดาลเย็นๆไว้ไม้เช็ดมือ ช่วยให้สดชื่นได้"
เครื่องสูบน้ำบาดาลด้วยมือ


ประตูเมืองนครธมทางด้านทิศใต้
จุดเด่นที่สุดคือทางเข้าด้านใต้ ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า ก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้ จะเป็นแถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน เมื่อเข้าสู่ใจกลางนครธมจะพบสิ่งก่อสร้างต่างๆ บริเวณประตูด้านใต้นี้ได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ได้ดีกว่าบริเวณอื่นๆ อีก 3 ด้าน
"สถานที่ข้างบนนี้ทั้งหมดอยู่ภายในประตูเมืองเดียวกัน
ซึ่งเมื่อเยี่ยมชมครบทุกที่แล้ว จึงนั่งตุ๊กๆกลับออกมาทางนี้"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ประตูเมืองนครธมทางด้านทิศใต้ 

จบที่ภาพนี้ก่อน เดี๋ยวไปกันต่อใน เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3 


 แผนเที่ยวในวันอื่นๆ

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D1
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังโกร์ วัดทเมย ปราสาทพนมบาเค็ง
ปราสาทกระวาน ปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก 
ปราสาทตาสม ปราสาทนาคพันธ์ ปราสาทพระขรรค์ 
บันทายสำเหร่ บันทายศรี กบาลสเปียน ปราสาทบึงมาลา

วัดเพรียะพรหมราช วัดตำหนัก วัดบ่อ ศาลพระองค์เจกพระองค์จอม
ปราสาทพระโค ปราสาทบากอง วัดโลเลย โตนเลสาบ 
wat athvea lucky mall night market

เช้าๆ เดินเล่นแถวๆที่พักก่อนแท็กซี่จะมารับกลับไปที่ปอยเปต
แวะทานมื้อเที่ยงที่คาสิโน ซื้อของฝาก แล้วขึ้นรถบัสกลับตามเวลานัด
ถึงกรุงเทพฯราว 22.00น.

วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.1

ทริปนี้เที่ยวไหนบ้าง คลิกลิงค์ดูได้เลย >>>
ส่วนนอกสุดของปราสาทนครวัด / ปราสาทนครวัด / ภายในบริเวณในปราสาทนครวัด / ศูนย์กลางของกลุ่มปราสาท /
ทางเดินระเบียงคตชั้นนอก / ภาพสลักกวนเกษียรสมุทร / ภาพสลัก นรก สวรรค์ การพิพากษาของพญายม /
ภาพสลักขบวนทัพของพระเจ้าสุรยวรมันที่ 2 / ปราสาทปักษีจำกรง
กัมพูชา-เสียมเรียบ
ภาพยามเช้าที่ปราสาทนครวัด

เราได้มาถึงวันที่สองของทริปนี้แล้ว โดยในวันแรกเราไปที่อื่นๆและปราสาทพนมบาเค็ง >>> เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D1
อันนี้เป็นแผนท่องเที่ยวและคชจ. >>> เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์เตรียมตัวอย่างไร

ส่วนเป้าหมายหลักของวันนี้คือ นครวัด-นครธม และได้ไปสถานที่อื่นๆด้วย ซึ่งพอกลับมาก็ได้แต่คิดกับตัวเองว่า "นี่เรากินอะไรเข้าไป? ถึงได้จัดทริปเดินขาลากขึ้นมาได้" ทำให้กลับถึงบ้านต้องมาหัดเดินกันใหม่เลยทีเดียว 

ปราสาทนครวัด     ปราสาทปักษีจำกรง      ปราสาทนครธม     ปราสาทบายน
ปราสาทปาปวน     ปราสาทพิมานอากาศ   ลานช้าง                 ลานพระเจ้าขี้เรื้อน
ปราสาทวัดป่าไลเลย์                                  ปราสาทตาเขียว    ปราสาทตาพรหม

โดยวันที่สองจะแบ่งเป็น 3บล็อก


เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.1
ปราสาทนครวัด ปราสาทปักษีจำกรง

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.2
ปราสาทนครธม ปราสาทบายน ปราสาทปาปวน ปราสาทพิมานอากาศ 
ลานช้าง ลานพระเจ้าขี้เรื้อน

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.3
ปราสาทวัดป่าไลเลย์ ปราสาทตาเขียว ปราสาทตาพรหม

แผนท่องเที่ยวของD2.1 จะเขียนไว้ด้านบนสุด สามารถคลิกเพื่อเลื่อนลงไปดูตามจุดที่สนใจได้

พร้อมแล้ว งั้นไปเที่ยวกันเลย >>>

วันนี้เราจะออกกันแต่เช้าด้วยรถตุ๊กๆ โดยไม่ลืมอาหารเช้าที่โรงแรมจัดใส่กล่องให้  เพื่อไปให้ทันจองที่ถ่ายภาพดีๆ รออาทิตย์ขึ้นที่ปราสาทนครวัด ก่อนจะไปสถานที่ที่เหลือทั้งหมด แล้วกลับมานครวัดอีกทีช่วงบ่ายแก่ๆ


ส่วนนอกสุดของปราสาทนครวัด
ส่วนนอกสุดของนครวัดกั้นด้วยคูเมืองขนาดใหญ่ ยาว 1.5 กิโลเมตร กว้าง 1.3 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดเกือบ 2 ตารางกิโลเมตร การวางผังของปราสาทที่ไม่เหมือนปราสาทอื่น สังเกตได้จากโคปุระทางทิศตะวันตกของกำแพงนอกสุดจะมีขนาดใหญ่ที่สุดและใหญ่กว่าโคปุระอีก 3 ทิศ
"แค่มาถึงตรงนี้ ก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่แล้ว"
ปราสาทนครวัด (Angkor Wat)
ด้านนอกของปราสาทนครวัด


ปราสาทนครวัด(Angkor Wat)
ปราสาทนครวัด เป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรสมัยคลาสสิกรุ่งเรือง นครวัด (เขมร: អង្គរវត្ត) เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่เดิมนครวัดเป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระวิษณุ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศาสนาพุทธ นครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรสมัยคลาสสิกรุ่งเรือง และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศ ตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ เมืองพระนคร
"หากต้องการถ่ายภาพมุมนี้ เมื่อเดินผ่านคูน้ำและเข้าประตูไปแล้ว 
ให้เดินไปทางสระน้ำด้านซ้ายมือ"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2
ปราสาทนครวัด (Angkor Wat)

บริเวณภายในปราสาทนครวัด
ปราสาทนครวัดมีขนาดใหญ่มากถึง 200,000 ตารางเมตร ตัวปราสาทสูง 60 เมตร ยาว 100 เมตร และกว้าง 80 เมตร มีแผนผังที่ถือว่าเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดของปราสาทขอม มีปราสาท 5 หลังตั้งอยู่บนฐานสูงตามคติของศูนย์กลางจักรวาล มีกำแพงด้านนอกยาวด้านละ 1.5 กิโลเมตร มีคูน้ำล้อมรอบตามแบบ มหาสมุทรบนสวรรค์ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ใช้หินรวม 600,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้แรงงานช้างกว่า 40,000 เชือก และแรงงานคนนับแสนขนหินและชักลากหินมาจากเขาพนมกุเลน ชึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 50 กิโลเมตร มาสร้าง ปราสาทนครวัด มีเสา 1,800 ต้น หนักต้นละกว่า 10 ตัน ใช้เวลาสร้างร่วม 100 ปี ใช้ช่างแกะสลัก 5,000 คน และใช้เวลาถึง 40 ปี
"เมื่อเห็นผู้คนแล้วก็อุ่นใจ ว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2
บรรยากาศยามเช้า ภายในบริเวณปราสาทนครวัด

วาร์ปมาอีกทีช่วงบ่าย >>>

"หลังจากที่ได้ออกไปเที่ยวที่อื่นๆตามแผนจนครบ
จึงได้ย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้งในตอนบ่าย
อากาศภายนอกค่อนข้างร้อน แต่ภายในปราสาทเย็นสบาย"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2
ภาพปราสาทนครวัดในช่วงบ่าย


ศุนย์กลางของกลุ่มปราสาท
หอสูงกว่า60เมตร ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่มปราสาท อันเปรียบเสมือนศูนย์กลางของจักรวาลนั้น มีทางเดินขึ้นที่ชันมาก ราว 50 องศา แต่ก็กลับเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยจะต้องปีนขึ้นไปและไต่ลงมา ที่จุดบนสุดของหอนี้จะมองเห็นวิวที่สวยสุดของปราสาท ด้วยขนาดที่ใหญ่โตของนครวัด สัญลักษณ์ต่างๆที่แทนในสิ่งก่อสร้างทั้งหลายตามคติความเชื่อในศาสนาฮินดูก็ให้ภาพและความรู้สึกที่คล้ายจริง คูเมืองหมายถึงมหาสมุทรที่ล้อมรอบโลก ระเบียงคตที่เชื่อมกันล้อมรอบปราสาท หมายถึงเทือกเขาน้อยใหญ่ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุที่ประทับของเทพเจ้า และตัวปราสาทชั้นบนสุดหรือปรางค์ประธานหมายถึงยอดเขาพระสุเมรุ การได้ขึ้นไปถึงปรางค์ประธานอันสูงชันก็เหมือนการจำลองการขึ้นเขาพระสุเมรุจริงๆ
"อีกด้านนึง จะมีบันไดไม้ที่ทำไว้ให้เดินขึ้นไปด้วย จะชันๆนิดนึง"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2
บริเวณศูนย์กลางของกลุ่มปราสาทนครวัด


ทางเดินระเบียงคตชั้นนอก
ภาพสลักที่มหาปราสาทนครวัดนับเป็นสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของศิลปะขอม จนได้ชื่อว่าเป็นศิลปะยุคนครวัด ปรากฏอยู่ที่ผนังด้านในระเบียงคตชั้นนอกสุดของตัวปราสาท พื้นที่รวมของภาพสลักมีนาดใหญ่มาก ยาวเกือบ 600 เมตร เนื้อหาของภาพส่วนใหญ่มาจากคัมภีร์พระเวท และมหากาพย์ของสาสนาฮินดู
"จุดเด่นที่สุดอีกจุดหนึ่งคือภาพสลักของปราสาทนครวัด ซึ่งจะมีอยู่รอบปราสาททั้ง 4ด้าน"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.1
บริเวณระเบียงคตของปราสาทนครวัด

ภาพสลักกวนเกษียรสมุทร
การกวนเกษียรสมุทรมีจุดประสงค์เพื่อผลิตน้ำอมฤต โดยใช้เวลาถึง 1,000 ปี น้ำอมฤตนั้นมีฤทธิ์ทำให้ผู้ที่ได้ดื่มกินเป็นอมตะ บางตำรากล่าวถึงสาเหตุของการกวนเกษียรสมุทรว่าเนื่องมาจากเทวดาและอสูรมักจะสู้รบ ยกทัพมาปราบอีกฝ่ายบ่อยครั้ง ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอยู่เรื่อยมา ฝ่ายเทวดาจึงไปขอคำปรึกษากับพระวิษณุว่า ทำอย่างไรจึงจะรบชนะเหล่าอสูรได้ตลอดทุกครั้งพระวิษณุจึงแนะนำเรื่องการกวนเกษียรสมุทรเพื่อผลิตน้ำอมฤต ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่และต้องใช้พละกำลังมาก โดยใช้ภูเขามันทระเป็นแกนหมุน ใช้นาควาสุกรีแทนเชือกพันรอบเขามันทระแล้วแบ่งเป็นสองฝ่ายผลัดกันดึงสลับไป-มา เทวดาได้ยินดังนั้นก็ออกอุบายยืมแรงอสูรให้มาช่วยดึงนาคเพื่อกวนทะเลน้ำนม และให้สัญญาว่าจะแบ่งน้ำอมฤตที่ได้ให้ ฝ่ายอสูรเห็นดีก็ตอบตกลง จึงแบ่งด้านกันกวน ฝ่ายเทวดาอยู่ดึงนาควาสุกรีด้านหาง ฝ่ายอสูรให้ดึงด้านหัว การกวนครั้งนั้นใช้เวลานาน เขามันทระก็ค่อยๆ เจาะโลกลึกลงๆ พระวิษณุเป็นห่วงว่าโลกจะทะลุหรือแตกสลาย จึงได้อวตารเป็นเต่า (ปางกูรมาวตาร) เอากระดองรองรับเขามันทระไว้ (ซึ่งเป็นตอนที่ปรากฏบนฝาผนัง)
"ภาพสลักที่หาเจอ ภาพที่1"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2
ภาพสลักในปราสาทนครวัด

ภาพสลักนรก สวรรค์ การพิพากษาของพญายม
ภาพสลักนี้นักโบราณคดีหลายท่านเชื่อว่าหลังจากที่พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เสด็จสวรรคตแล้ว ลักษณะของภาพแบ่งเป็นสองตอน แต่ละตอนแบ่งออกเป็นสองถึงสามชั้น ซึ่งชั้นบนจะเป็นบนโลก และสวรรค์ ชั้นล่างสุดเป็นรก ในตอนแรกซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายของภาพ เป็นภาพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เสด็จนำเหล่าข้าราชบริพารที่ดีขึ้นสวรรค์ พวกอสูรและคนไม่ดีตกนรก ในตอนที่สองชั้นกลางเป็นภาพพญายมสิบแปดมือนั่งพิพากษาความดี-ชั่ว ของคนตายบนหลังควายซึ่งเป็นสัตว์พาหนะ และภาพที่นับเป็นจุดเด่นของภาพสลักนี้คือภาพชั้นล่างของนรกขุมต่างๆ ที่มีการทรมารคนชั่วคนบาปตามคติขอมเชื่อว่านรกภูมิแบ่งเป็นชั้นถึง 32 ชั้น
"ภาพสลักที่หาเจอ ภาพที่2"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2
ภาพสลักภายในปราสาทนครวัด

ภาพสลักขบวนทัพของพระเจ้าสุรยวรมันที่ 2
นับเป็นภาพสลักที่ต่างจากทุกภาพ คือเป็นภาพจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ มีความยาวถึง 94 เมตร โดยแบ่งภาพออกได้เป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นช่วงที่ยังไม่จัดตั้งขบวนทัพ ส่วนที่สองเป็นภาพขบวนทัพ ในส่วนแรกนั้นแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นบนเป็นภาพพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ประทับบนราชบัลลังก์ ล้อมรอบด้วยเหล่ารัฐมนตรี และแม่ทัพนายกองที่มาเฝ้า ชั้นล่างเป็นภาพขบวนของเจ้าหญิง พระธิดาบนเสลี่ยง เมื่อสิ้นสุดภาพในส่วนแรกก็เริ่มเป็นภาพขบวนทัพของทหารเดินเรียงไปตลอดแนว พร้อมกับแม่ทัพนายกองของแต่ละกองทัพบนหลังช้าง เกือบหน้าสุดของขบวนทัพเป็นกองทัพที่มีลักษณะแตกต่างจากทัพอื่นทหารมีใบหน้าที่โค้งมน สวมเสื้อลายดอก นุ่งผ้าคล้ายกระโปรง ชายผ้ายาว สวมหมวกทรงสูงเป็นชั้นๆ ที่ปลายมีภู่ยาว แม่ทัพอยู่บนหลังช้างเช่นกัน สันนิษฐานว่าเป็นทัพของชาวสยาม
 "ไม่ฟันธงว่าจะใช่ภาพนี้ เหตุผลคือหาไม่เจอนั่นเอง
ให้เพื่อนๆไปค้นหากันต่อดีกว่า"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.1
ค้นหาภาพสลักตามประวัติศาสตร์





"ปราสาทนครวัดใหญ่มาก ทางออกจึงไกลประมาณนี้"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2
ทางเดินชั้นนอกของปราสาทนครวัด

"ปิดท้ายด้วยภาพนครวัดในฝัน #คนถ่ายคิดไปเอง"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.1
ภาพปราสาทนครวัดในจินตนาการ


เมื่อนำภาพนครวัดทั้งช่วงเช้าและบ่ายมาต่อกันครบแล้ว
ก็กลับมาที่ช่วงเช้าอีกทีนึง ไปที่อื่นกันต่อ >>>




ปราสาทปักษีจำกรง(Bak Say Jum Krong)
ปราสาทปักษีจำกรง เป็นปราสาทหินขนาดเล็กสร้างขึ้นเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะ ปราสาทแห่งนี้เคยมีเทวรูปพระศิวะทองคำประดิษฐานอยู่ด้วย ปราสาทปักษีจำกรงตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองพระนครธม และห่างจากเชิงเขาพนมบาแคงประมาณ 150 เมตร อยู่ด้านซ้ายเมื่อเราเดินทางเข้าเมืองนครธมทางประตูด้านใต้ ปักษีจำกรงสร้างโดยพระเจ้าหสวรรมันที่ 1 ปี ค.ศ 910-945 เพื่ออุทิศถวายแด่พระเจ้ายโศวรรมันที่ 1 ผู้เป็นพระบิดา การก่อสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัย พระเจ้าราเชนทรวรรมันที่ 2 ปี ค.ศ 944-968 ปราสาทปักษีจำกรงสร้างอุทิศให้กับศาสนาฮินดูไศวะนิกาย ตามหลักฐานได้ระบุไว้ว่าศิลาจารึกที่ปราสาทปักษีจำกรงไม่ได้จารึกในยุคของ พระเจ้าหสวรรมันที่ 1 คือถูกจารึกขึ้นในยุค พระเจ้าราเชนทรวรรมันที่ 2 หลังจากการย้ายเมืองหลวงจากเกาะแกร์กลับมาที่เมืองพระนครอีกครั้ง (ค.ศ 948) ศิลาจารึกนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการเล่าเรื่องบรรพชลองค์แรกของกัมพูชาคือพราหมห์ “กัมปุ หรือ กัมพุ” กับนางเทพอัปสร “เมรา” ปราสาทปักษีจำกรงสร้างในยุคสำริด คำ ว่า ปักษีจำกรง หมายถึง ปักษีหรือนกอยู่ภายใต้ปีกที่กางออก ด้วยมีตำนานว่า พระราชาทรงพยายามจะหนีข้าศึกที่เข้ามาโจมตีพระนคร แต่พลันมีพญานกตัวมหึมาร่อนลงมาสยายปีกคุ้มครองพระองค์เอาไว้ ปราสาทแห่งนี้นับเป็นปราสาทสมัยแรกที่สร้างด้วยวัสดุทนทานเช่นอิฐและศิลาแลง แล้วมีการประดับตกแต่งด้วยหินทรายปูนที่ฉาบผิวด้านนอกส่วนใหญ่ชำรุดเสียหายไป และลวดลายที่สลักส่วนใหญ่ก็ชำรุดไปมากแล้ว
"ปราสาทนี้สามารถเดินขึ้นไปได้ ควรเช็คหัวเข่าก่อนขึ้นไป"
เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D2.1
ภาพปราสาทปักษีจำกรง ปราสาทหินขนาดเล็กสร้างขึ้นเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะ 




แผนเที่ยวในวันอื่นๆ

เที่ยวเสียมเรียบ ไม่ไปกับทัวร์ก็เที่ยวได้ชัวร์.D1
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังโกร์ วัดทเมย ปราสาทพนมบาเค็ง
ปราสาทกระวาน ปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก 
ปราสาทตาสม ปราสาทนาคพันธ์ ปราสาทพระขรรค์ 
บันทายสำเหร่ บันทายศรี กบาลสเปียน ปราสาทบึงมาลา

วัดเพรียะพรหมราช วัดตำหนัก วัดบ่อ ศาลพระองค์เจกพระองค์จอม
ปราสาทพระโค ปราสาทบากอง วัดโลเลย โตนเลสาบ 
wat athvea lucky mall night market

เช้าๆ เดินเล่นแถวๆที่พักก่อนแท็กซี่จะมารับกลับไปที่ปอยเปต
แวะทานมื้อเที่ยงที่คาสิโน ซื้อของฝาก แล้วขึ้นรถบัสกลับตามเวลานัด
ถึงกรุงเทพฯราว 22.00น.

ค้นหาบล็อกนี้

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

เที่ยวเนปาล-เทรคกิ้งพูนฮิลล์ เดินช้าๆไปกับไกด์ท้องถิ่น.D10

จากน่านฟ้ากรุงกาฐมาณฑุเดินทางสู่เมืองไทย วันที่สิบถือเป็นวันสุดท้ายในประเทศเนปาล วันนี้เราจะได้กลับบ้าน คิดถึงบ้านแล้วสิ.....  โ...

 
back to top